หายไปนานเลย ตอนแรกก็ไม่รู้สึกหรอก แต่พอเข้ามาเห็นตรงปฎิทินแล้ว เออ...ว่ะ หายไปนานจริงๆ ด้วย
ช่วงที่หายไปก็ไม่มีอะไรมากหรอก เริ่มต้นด้วยความขี้เกียจ แล้วตามมาด้วยการไม่สบโอกาสในการเข้ามาอัพเดทไดอารี่ (หมีอยู่บ้าน) เลยยิงยาวเลย โฮะๆๆๆ
อีกสาเหตุนึงที่หายไป คือ ติด DVDs ร้านที่เช่าประจำเขามีโปรโมชั่นเอาอาหารกระป๋องไปบริจาคแลก DVDs ทางร้านจะเอาไปบริจาคให้คนยากจนต่อไป ส่วนลูกค้าอย่างเราก็ไม่ต้องเสียค่าเช่า ดูกันสบายไป คิๆๆ
อาทิตย์ที่ผ่านมา สมัครเรียนออนไลน์ไปคอร์สนึง เป็นคอร์สอบรมพื้นฐานในการทำงานกับอาหารให้ถูกสุขลักษณะ (เขียนงี้หรือเปล่า?) ต้องเรียน เพราะกฎหมายใหม่ออกมาบังคับให้คนที่ทำงานเกี่ยวกับอาหารทุกคนต้องเรียนอันนี้ สมัครเสร็จ ได้รับเลขที่บัตรนักเรียนมาเรียบร้อยแล้ว ยังไม่ได้เข้าไปเริ่มเลย ขี้เกียจโคตรๆ -_-"
ขอทำใจอีกสักพัก
วันพฤหัสที่แล้วพ่อแม่หมีมาทานข้าวที่บ้าน จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจชวนมาหรอก มันเริ่มต้นจากการที่หมีอยากทานอาหารสักอย่างนึงแล้วจะให้เราทำให้ แต่พอเราถามหมีว่า ใส่อะไรบ้าง หมีก็ตอบไม่ได้ หมีเลยโทรศัพท์ไปถามแม่ ต่อด้วยการแก้เก้อชวนพ่อกับแม่มาทานข้าวที่บ้านเสียเลย
วันนั้นตอนแรกตั้งใจทำซุปฟักทองให้ทานกัน แต่ตอนที่ไปซื้อของเนี่ยไม่ได้ไปซื้อที่ร้านขายผักตามปกติ (วันนั้นไม่ผ่าน) เลยกะว่า จะไปซื้อเอาใน Woolworth ก็ได้ ปรากฎว่า เห็นราคาฟักทองที่ Woolworth แล้วจะเป็นลม กิโลกรัมละ 2.50 เหรียญ ฟักทองขนาดประมาณ 1/4 ลูกราคา 3 เหรียญ แพงโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆ (ที่ร้านขายผักกิโลกรัมละ 60 เซนต์ แถวบ้านขายเป็นลูก ลูกละประมาณ 2 กิโลกรัม ราคา 1 เหรียญ) เลยบอกหมีว่า ทำซุปข้าวโพดก็แล้วกันนะ
สุดท้ายเลยเป็น ซุปข้าวโพด เนื้อบดปั้นก้อนทอด ผักนึ่ง แล้วก็ lamington (อันนี้ซื้อ)
พ่อหมีทานซุปแล้วถามว่า นี่ซุปแบบไทยเหรอ เล่นเอาเราเอ๋อไปเลย เราว่า มันซุปฝรั่งนะ หมีเลยชิ่งตอบแทนไปเรียบร้อยว่าเป็นซุปฝรั่ง เราแอบมาถามหมีทีหลังว่า ทำไมพ่อหมีถามแบบนั้น หมีบอกว่า ที่นี่เขาไม่ค่อยทานซุปข้าวโพดกัน ส่วนใหญ่จะนิยมซุปเนื้อกับผัก ซุปฟักทอง ไม่ก็ซุป peas & ham
วันศุกร์ ไปทานข้าวเย็นกับ Penny ที่ Bronco League Club ในเมือง Penny เลี้ยงตอบแทนหมีที่ช่วยขับรถไปและกลับซิดนีย์ให้ ที่คลับมี seafood buffet ไม่แจ่มเท่าบ้านเรา แต่ก็พอทำให้หายอยากไปได้ (ปูจืดมากขอบอก) มันมีอาหารไทยด้วยนะ เห็นแล้วก็ขำดี มี Thai Fried Rice ซึ่งตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยเห็นข้าวผัดที่เมืองไทยหน้าตาแบบนี้มาก่อน
กินไปคุยไป ขำๆ Penny เลิกกับแฟนแล้ว ด้วยเหตุผลว่า Penny อยากแต่งงานแต่แฟนยังไม่อยากแต่ง
Penny ขอยืม trailor หมีด้วย เพราะเพื่อนเธอจะย้ายบ้าน แต่รถเพื่อน Penny ไม่มีที่ต่อกับ trailor หมีก็ใจดี แลกรถขับกับเพื่อน Penny เสียอย่างนั้น
หมีเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ลองนู่นลองนี่ รถคันที่แลกมาระบบอะไรๆ ตรงข้ามกับรถปกติหมดเลย อย่างปกติไฟเลี้ยวจะอยู่ข้างขวา ที่ปัดน้ำฝนอยู่ข้างซ้าย อันนี้จะเป็นไฟเลี้ยวจะอยู่ข้างซ้าย ที่ปัดน้ำฝนอยู่ข้างขวา ปกติเวลาจะเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ต้องตบไฟขึ้น เลี้ยวขวาตบไฟลง อันนี้ไม่ฮ่ะ กลายเป็นเวลาจะเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ต้องตบไฟลง เลี้ยวขวาตบไฟขึ้น
ที่เด็ดที่สุด คือ ไฟเลี้ยวกวนตีน ไม่บอกว่า ตอนนี้เราเปิดไฟเลี้ยวขวาหรือซ้าย มันขึ้นเป็นสัญลักษณ์ไฟทั้งสองอัน กระพริบปริบๆ พร้อมกัน (เพื่ออะไร?) เหมือนเปิดไฟฉุกเฉินเลย ตอนหมีเปิดไฟเลี้ยวหนแรก เราก็งงถามว่า หมีเปิดไฟฉุกเฉินทำไม
วันเสาร์ไปทานข้าวเย็นกับ Dion & Celina ที่บ้านฝ่ายหญิง ตอนแรกรายการนี้มีลุ้นว่า จะยกเลิก เพราะก่อนหน้านั้นเขาทะเลาะกันใหญ่โต ด้วยว่า วันเกิดสาวเจ้า Dion ซื้อดอกไม้ไปให้ Celina โกรธมากมายบอกว่า Dion ไม่ได้ตั้งใจมากพอ (doesn't put much thoughts into it) แล้วก็งอนไม่เจอ Dion ไปจนกระทั่งวันเสาร์นี่แหละ
Celina ทำอาหารเอง เพราะหมีบอกว่า คราวที่แล้วเราทำ คราวนี้ให้ Celina ทำบ้าง แต่อย่างที่เคยบอกว่า เธอทำอาหารไม่เป็น อาหารวันนี้เลยออกแนวอาหารกึ่งสำเร็จรูป ประกอบด้วยซุปไก่กระป๋อง (ที่เธอเอามาใส่นมและอุ่น) สเต็ก เกรวี่ (ผสมน้ำคนบนเตา) ลาซานญ่า (ซอสสำเร็จรูป) ผักอบ (frozen veggies) พุดดิ้งช็อกโกแลต (Sara Lee เอาเข้าอุ่นอย่างเดียว)
อาหารวันนี้ amazing มาก ตอนเราเดินเข้ามาในครัว มันก็มีจานวางอยู่แล้ว มีสเต็กกับ UFO (มารู้ตอนหลังว่าเป็นลาซานญ่า) ตอนแรกเราคิดว่า UFO ที่ว่า เป็นไก่ราดด้วยมะเขือเทศสับปรุงรสราดชีสแล้วเอาไปอบ ดันกลายเป็นลาซานญ่าเสียนี่ (ดีนะไม่ได้ถามไป) เธอทำลาซานญ่าให้ cheesy ด้วยการเอาชีสสำหรับใส่แซนวิชมาแปะให้บน ออกมาเลยเหมือนมีพลาสติกแปะอยู่บน UFO สเต็กแข็งมาก แต่ที่บ้านเธอไม่มีดหั่นสเต็กค่ะ ต้องกินสเต็กด้วยมีดทาเนย หั่นทีโต๊ะโยกซะ
ที่เด็ดสุดได้แก้ ผักอบ จริงๆ ผักอบนี่มันออกแนวพวกมันฝรั่ง ฟักทองอบ แต่ Celina ใส่ broccoli ไปด้วย ใส่ไปดุ้นๆ อย่างนั้นแหละ ไม่ได้ทำ cheesy broccoli แต่อย่างใด
ผล: เราได้ทาน dehydrated broccoli แห้งๆ กรอบๆ โดยเฉพาะตรงส่วนดอกเนี่ยรสชาติละม้าย dried pasley มาก
เราทานได้นะ ทานแบบขำๆ ^__^
หมีสิกรี๊ดมาก บอกว่า Next time I will insist on eating out แล้วก็บ่นๆ ต่อว่า หมีถูกเรา spoil จนทานอาหารห่วยๆ ไม่ได้แล้ว
อิๆๆๆ
พลอย: หมีอ้วนขึ้นจริงๆ แหละ เพราะช่วงที่ผ่านมาชั้นอบขนมเล่นถี่เกินไปหน่อย แกก็รู้ว่า ชั้นอบแต่กินไม่มาก อ้อ... ลุงจิมถามมาว่า แกหาแฟนได้ยัง